Review ประสบการณ์ตรงยกกระชับใบหน้าให้เรียวเล็กด้วยUlthera ที่ TANAPORN Clinic เห็นผลดีมากๆ

img_4863

สวัสดีค่าทุกคน วันนี้แยมจะมาพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมที่ทำให้หน้าเรากลับมาตึงเป๊ะ เรียบเนียน กรอบหน้าคมกริบ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย เหนียงอะไรไม่ต้องมากลัวอีกต่อไป คือด้วยวัยที่ค่อยๆ มากขึ้นเนาะ อายุฉุดไม่อยู่ แต่สภาพหน้าเราดึงไว้ได้นะคะ 555 สิ่งที่แยมจะมารีวิวให้ทุกคนได้รู้จักมาขึ้นในวันนี้ก็คือ Ulthera นั่นเอง อ่ะมาทำความรู้จักกันว่ามันเป็นอะไรยังไงนะ ละช่วยอะไรชีวิตเราได้เหรอ 555 มาค่าาา

img_8101

แยมมีโอกาสไปรับการดูแลจากธนพรคลินิกมาค่ะ คุณหมอที่ดูแลแยม คือ คุณหมอจอย ใจดี เป็นกันเองมากๆคลินิกสะอาดมากกก สีฟ้าขาวสะบายตา พนักงานบริการประทับใจค่ะ

img_8094

ซึ่งโปรแกรมที่แยมไปทำก็คือ Ulthera Lipo Lift ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยในเรื่องของการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้นได้ สลายไขมันส่วนเกินบนใบหน้า และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นและช่วยเพิ่มความชัดเจนของกรอบหน้า นอกจากนี้ยังช่วยปรับผิวหน้าให้เรียบเนียนกริ๊บ รวมไปถึงลดเลือนริ้วรอยได้ด้วยในตัวเดียวค่ะ

ปกติแล้วคอร์สนี้ถ้าจะให้ได้ผลดีควรจะทำควบคู่กันไปโดยเริ่มจาก Acculift ก่อนแล้วตามด้วย Ulthera ค่ะ เพราะ Acculift จะช่วยขจัดไขมันได้ดีมาก เป็นตัวช่วยที่สลายไขมันโดยเฉพาะ ยิ่งคนที่มีคางสองชั้นคล้อยๆ อยากกำจัดเหนียงออกไป คุณหมอแนะนำให้ทำตัวนี้เลยค่ะ หลังจากนั้นเราจะใช้ตัว Ulthera Lipo Lift เป็นเลเซอร์ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับตามลงไปอีกที แต่แยมยังยังไม่ได้ทำAcculift นะคะ เพราะหลังทำอาจมีอาการหน้าบวมเล็กน้อย แยมต้องบินตลอด วันนี้แยมเลยขอทำ Ulthera อย่างเดียวก่อน
แล้วมาดูผลกันว่าจะออกมาโอเคขนาดไหน

img_8136

Acculift คืออะไร หลายคนน่าจะสงสัยพอควรแล้ว หลักการทำงานของตัวนี้ คือ การใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น 1,440 นาโนเมตร ที่สามารถสลายไขมันได้อย่างเจาะจงเฉพาะที่ ซึ่งคลื่นนี้จะสามารถดูดซับพลังงานได้มากกว่าความยาวคลื่นอื่นๆ โดยวิธีการคือ จะทำการสอดสารไฟเบอร์ขนาดเล็กมากๆ เล็กกว่า 1 มิลลิเมตร เข้าไปภายใต้ผิวหน้าหรือบริเวณที่ต้องการจะยกกระชับ เช่น ใบหน้า ลำคอ หรือเหนียงของเรา จากนั้นก็จะปล่อยเลเซอร์ผ่านไฟเบอร์เข้าไปสลายเซลล์ไขมัน ซึ่งมันจะทำให้เกิดการสร้างพลังงานความร้อนที่จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหน้าดูตึงกระชับขึ้น

ส่วนหลักการทำงาน Ulthera ก็คือ ตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานคลื่นเสียงที่มีความเฉพาะไปยังผิวหน้า แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนจุดเล็กๆ ลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวหนังของชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน ในระดับที่เทคโนโลยีอื่นๆ ไม่สามารถทำได้มาก่อน การส่งผ่านความร้อนนี้ ทำให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1 มม. คล้ายกับการเย็บนั่นเองค่ะ นั่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ผิวของเราดูกระชับขึ้นมาได้ ซึ่งคลื่นนี้จะสามารถลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำการรักษา และสามารถการันตีผลการรักษาที่แน่นอนได้อีกด้วยนะว่า ปัญหานั้นจะหมดไป รอยเหี่ยวย่นจะหายไป

การรักษาด้วย Ulthera จะทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่ดีขึ้น รวมไปถึงการทำงานของคอลลาเจนที่ดีขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นผลที่ได้ก็คือ ผิวจะค่อยๆ ยกกระชับและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากภายในเลยนะ เป็นข่าวดีที่ทำให้อุ่นใจกับอายุที่แลจะเพิ่มมากขึ้นไปในทุกวัน 5555

ในการรักษาแต่ละครั้งจะใช้เวลานานประมาณ 30-90 นาทีเท่านั้นค่า ไม่นานมากมาย ซึ่งระยะเวลาก็จะขึ้นกับบริเวณที่ทำการรักษาน้า และที่สำคัญคือ เห็นผลการรักษาได้ในครั้งแรกที่ทำเลย!! หลังการรักษาเพื่อนๆ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องมีการพักฟื้นให้เสียเวลาแต่อย่างใด อยู่ได้ยาวนาน 1-2 ปีเลย

เริ่มต้นการทำจะมีการเช็ดเครื่องสำอางออกก่อนค่ะ แล้วแปะยาชาลงไปในส่วนบริเวณที่จะยิงเลเซอร์แบบนี้ ของแยมจะเน้นแปะยาชาแค่ครึ่งล่างของใบหน้าเท่านั้น

img_8137

ปัญหาก่อนการรักษาที่แยมมี คือ เรื่องความหย่อนคล้อยค่ะ มันจะดูห้อยๆ ช่วงแก้มลงมา โดยเฉพาะตรงคางสองชั้น ทำให้แยมไม่มั่นใจเลย เวลาจะถ่ายรูปกลัวเหนียงออกมาเซย์ไฮ หรือหน้าจะดูอวบๆ บวมๆ และอาจแรงขนาดไปถึงดูแก่กว่าวัย เพราะรอยข้างจมูกเวลาเรายิ้มเนี่ย ตัวโชว์อายุเลยอ่า แยมค่อนข้างกังวลเรื่องนี้มากๆ

แถมตอนแรกก็กลัวด้วยว่า ทำแล้วจะเจ็บมากหรือป่าวนะ แต่พอได้ลองทำแล้วมันไม่เจ็บอย่างที่คิดเลยค่ะทุกคนคะ เพราะเค้าจะมีแปะยาชาไว้ให้ก่อนประมาณ 40นาที – 1ชั่วโมง ใครเดินมาดีดแก้มก็ไม่รู้สึกอะไรละอ่า ชาดีจีจีนะเธอ สบายเราละ 555

หลังจากนั้นก็จะเช็ดยาชาออกให้สะอาด คุณหมอก็จะเอาดินสอสีขาวมาวาดสเกลบนหน้าก่อนค่ะ คือดูว่าจะต้องจัดการกับจุดไหนมั่ง อะไรร้ายแรงสุด โถวๆ หล่องไห้ 555

img_8135

จากนั้นก็เอาหัวเครื่อง Ulthera มาวางตามจุดบริเวณช่วงแก้มกับใต้คาง เรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เหนียงนั่นเอง คือมันเป็นความเจ็บแบบทนได้นะ อารมณ์คล้ายๆ เครื่องเย็บมาเย็บบนหน้าถี่ๆ ค่ะ แต่แบบจะรู้สึกได้ว่าถี่มากกกก ทำแบบนี้ก็จะมีจี๊ดๆนิดนึง แต่รับรองว่าทนได้ค่ะ ใช้เวลาทั้งหมด 1ชั่วโมงค่ะ

หลังทำทันที หน้าเราจะไม่มีรอยเขียวเลยค่ะ สามารถเติมแป้งนิดหน่อยแล้วไปทำงานหรือเดินช็อปปิ้งต่อได้ทันที
ดีมากสำหรับคนที่ไม่อยากพักฟื้น สวยได้เลยไม่ต้องเจ็บตัวนาน และเห็นผลดีมากด้วย เรามาดูผลกันดีกว่าค่ะ

img_8619

หลังทำ Ulthera ทันที แยมทาแป้งทับ ไปช็อปปิ้งต่อได้เลยค่ะ ไม่บวมเลย แต่หลังทำจะรู้สึกจิ๊ดๆตึงๆหน้า
อยู่คืนนึงนะคะ  เหมือนหน้าชาอะไรประมาณนั้น
img_8620

มาดูผลกันดีกว่า รูปแรกจะเป็นก่อนการทำ ในวันที่21ตุลาคมค่ะ  รูปที่2 หลังทำทันที รูปที่3 หลังครบ1 สับดาห์  2สัปดาห์ และ1เดือนตามลำดับ แยมรู้สึกได้เลยว่าหน้าแยมเล็กเรียวขึ้น แก้มยกกระชับไม่คล้อยเหมือนรูปแรก ร่องแก้มตื้นขึ้นด้วย ให้คะแนนพอใจเต็ม100เลยค่ะ!!!

fullsizerender-3

รูปปัจจุบัน หน้าเรียวมากกกกกก ชอบมากค่ะ ใครๆก็ทักว่าทำไมสวยขึ้น หน้าเป๊ะขึ้นมากๆด้วย 

คนที่มีปัญหาเหมือนกับแยม อยากกำจัดเหนียงให้พ้นไปจากหน้ายาวๆ หรืออยากดูหน้าตึงเป๊ะ แลเด็กเบบี้เฟซ ลองไปปรึกษากับคุณหมอก่อนได้เลยว่า ราควรใช้อะไรในการจัดการกับเรื่องพวกนี้ คือบางคนอาจจะไปฉีดแฟต หรือฉีดอะไรอย่างอื่นแทน เพื่อแก้ไขให้ตรงจุด หรือถ้าไม่อยากฉีดอะไรเข้าหน้า มาลองทำตัวนี้ก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ลองไปปรึกษากับคุณหมอก่อนได้เลยค่ะ

“สำหรับเพื่อนๆ คนไหนสนใจลองโทรสอบถามทางธนพรคลินิก หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tanapornclinic.com หรือhttp://www.facebook.com/TanapornClinic”

img_2075-2

Advertisements

Review แชร์ประสบการณ์ตรง : การปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กด้วย ” โบทูลินัม ท็อกซิน ” หรือ ” โบท็อกซ์ ” ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน !!

11216580_1620650344852467_7570625605136396801_n (1)

พูดถึงการปรับรูปหน้าให้สวย V-Shape ปัจจุบันนั้นมีอยู่มากมายหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการร้อยไหม หรือการฉีดสารที่ช่วยลดกล้ามเนื้อช่วงกราม หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “โบท็อกซ์ “ แยมคิดว่าคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก

แต่จริงๆแล้วคำว่า “โบท็อกซ์ “ ที่เราเรียกกันติดปากในปัจจุบัน เป็นเพียงแค่ชื่อตัวยาของอเมริกาที่เคยนิยมแพร่หลายเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเป็นตัวยาที่ทำให้หน้าเรียวเล็ก ที่มาจากสาร “ โบทูลินั่ม ท็อกซิน” แต่จริงๆแล้วไม่ใช่การเรียกที่ถูกต้อง ทางการแพทย์จะใช้คำว่า “ ท็อกซิน “ ในการปรับรูปหน้าให้มีขนาดเล็กลงด้วยการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซินเข้าไป ปัจจุบันตัวยาที่ใช้ในการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย V-Shape มีอยู่หลายแบรนด์ หลายสัญชาติ ซึ่งแบรนด์นึงที่แยมเลือกใช้และไว้ใจในคุณภาพก็คือ “ Neuronox ” จากเกาหลีค่ะ

ทำไมต้อง Neuronox ?

Botox_Botulinum_Neuronox_for_Sale

“ นิวโรน็อกซ์ “ เป็นแบรนด์เกาหลีตัวแรกที่อยู่มานานถึง 9 ปีกว่า ตั้งแต่ปี 2006 และมีการวิจัยว่าเมื่อใช้ไประยะเวลานานๆ มีความปลอดภัยสูงและได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆในการคงรูปหน้าให้เรียวเล็ก และแหล่งที่มาของแบคทีเรียที่ใช้ในการผลิตตัวยาของนิวโรน็อกซ์ เป็นตัวเดียวกันกับผลิตภัณฑ์จากอเมริกาที่มีมาตรฐานสูงที่สุด ดีที่สุด “ นิวโรน็อกซ์ “ จึงเป็นแบรนด์ที่คนนิยมฉีดเป็นอันดับ 1 ในเกาหลีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากยาคุณภาพดีและราคาไม่แพง ทำให้แพทย์เลือกใช้นิวโรน็อกซ์แทบจะทุกคลินิคจนเป็นอันดับ 1DSC_2557
ประสบการณ์การฉีดสารท็อกซินของแยมที่ผ่านมา
แยมเริ่มฉีดตอนเป็นนักศึกษา ตอนนั้นงบน้อยมากเพราะยังเรียนอยู่ แบรนด์แรกที่แยมได้ทดลองฉีดก็คือ “ Botulax “ ของเกาหลี ค่ะ

BOTULAX002

ตอนนั้นแยมใช้ยาไป 1 ขวด หรือ 100 ยู เข้าที่กรามทั้งสองข้าง ปกติแล้ว ท็อกซินจะออกฤทธิ์หลังฉีดภายใน 3-4 วัน และเห็นผลว่ากล้ามเนื้อของเราเล็กลงภายใน 1-2 เดือน แต่ปรากฏว่าหน้าของแยมไม่เล็กลงเลย แยมเลยมาทราบทีหลังว่า Botulax จะเป็นตัวยาซึ่งมีราคาถูก แต่มาตรฐานในแต่ละขวดจะไม่เท่ากัน บางครั้งฉีดจะเหมือนได้ผลดี หน้าเล็กลง แต่บางขวดก็จะไม่เห็นผลเลย แยมเป็นหนึ่งในหนูทดลองที่ได้ลองใช้แล้วไม่เห็นผลใดๆ ส่วนตัวแยมคิดว่ายอมจ่ายเพิ่มอีกนิด แล้วให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในครั้งแรกที่ฉีด จะคุ้มค่าที่สุด แยมจึงลองเปลี่ยนมาใช้อีกแบรนด์หนึ่ง นั่นก็คือ “ Botox ” จากอเมริกา ค่ะ

205259_1

พูดถึงแบรนด์นี้เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ดีมากแบรนด์นึงที่แยมชอบ ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ผลลัพธ์ และความปลอดภัยที่มั่นใจได้เพราะเป็นแบรนด์แรกที่นำมาใช้ในประเทศไทย และเป็นแบรนด์แรกที่มีการคิดค้นการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ขึ้นมาใช้ประโยชน์ในการปรับรูปหน้า แต่ในเรื่องของราคาแล้ว ถือว่าแพงที่สุดในทุกๆแบรนด์ ราคาอยู่ที่ 1 ขวด 100 ยู 19,000 – 30,000 บาท เลยทีเดียว คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่มีงบน้อยอย่างแน่นอน แต่เมื่อเทียบกับ Neuronox แล้วได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่จ่ายในราคาที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง ซึ่งนิวโรน็อกซ์ 1 ขวด 100 ยู จะอยู่ที่ 7,000 – 15,000 บาทเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่แยมเลือกใช้ Neuronox ถูกและดี ใครๆก็ชอบ

แบรนด์ต่อมาที่แยมได้ทดลองใช้นั่นก็คือ “ Hugel “ จากเกาหลี แบรนด์นี้เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้ประมาณ 1 ปี ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกับ Botulax ที่แยมได้กล่าวข้างต้น แต่ได้มีการเปลี่ยนชื่อและปรับสูตรใหม่ ตัวนี้จากประสบการณ์ที่แยมได้ทดลองฉีด จะเห็นผลลัพธ์ได้ไวกว่าแบรนด์อื่น ขนาดกรามลดลงเร็ว และราคาไม่สูง ราคาฉีดจะอยู่ที่ 7,000 – 15,000 บาท ต่อ 100 ยูนิต แต่ความคงทนของยาตัวนี้อยู่ได้ไม่นาน หลายๆคลินิคจึงเริ่มเลิกใช้ไป

05-03

อันตรายหรือผลข้างเคียง
สารโปรตีนบริสุทธิ์เป็นสารที่มีความปลอดภัยเพราะจะสลายหมดไปในร่างกาย จึงสามารถฉีดซ้ำได้ทุกๆ 4 เดือน โดยมีการแนะนำในการฉีดแต่ละครั้งคือไม่เกิน 200 ยูนิต และไม่ควรฉีดบ่อยกว่าทุกๆ 4 เดือน ยกเว้นแต่การแก้ไขโดยผ่านมือแพทย์เท่านั้น

ข้อควรระวังต่างๆ
ห้ามฉีดท็อกซินในหญิงที่ตั้งครรภ์ และให้นมบุตร และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวข้องกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

วิธีการปฏิบัติตัวหลังฉีด
หลังฉีดภายใน 1 ชั่วโมงแรก คนไข้ควรขยับกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น ยิ้มเยอะๆ เพื่อที่ท็อกซินจะได้ดูดซึมได้ดี และออกฤทธิ์เร็วขึ้น
3-4 ชั่วโมงแรก ไม่ควรนอนหลับ เพราะการนอนอาจจะทำให้ท็อกซินไหลไปในจุดที่ไม่ต้องการ และที่สำคัญห้ามนวดในจุดที่ฉีดท็อกซินลงไป เพราะจะทำให้ท็อกซินไหลไปในจุดที่ไม่ต้องการ
1 สัปดาห์หลังการฉีดไม่ควรโดนความร้อน หรือ นวดหน้า เพราะความร้อนจะสลายตัวยา การนวดหน้าอาจจะทำให้ตัวยากระจายตัวออกจากจุดที่ต้องการลดกล้ามเนื้อ

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิด
คนมักเข้าใจผิดโบท็อกเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม สามรถหาซื้อในอินเตอร์เน็ต มาให้หมอฉีดได้ทั่วไป ความจริงแล้วคือผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นยาควบคุมพิเศษ สามารถจำหน่ายให้เฉพาะคลินิกและโรงพยาบาลเท่านั้น

เรื่องยาจริง ยาปลอมและวิธีการดู

2013212_4953

“สารโบท็อกของแท้ คือ สารโปรตีนบริสุทธิ์ ซึ่งจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาจะใช้ได้เฉพาะคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ดังนั้นสารท็อกซินที่หิ้วขายกันอยู่เกลื่อนกลาดให้เห็นกันทั่วไปบนโลกอินเตอร์เน็ต ส่วนมากจะเป็นสารท็อกซินที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นผงแป้งไม่มีฤทธิ์ทางการรักษา หรือไม่ก็เป็นสารโปรตีนที่ไม่มีคุณภาพจากประเทศจีน แปะฉลากปลอม
แต่สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า คือ สารท็อกซินปลอมมีความเข้มข้นของโบทูลินัมท็อกซินไม่แน่นอน อาจมีปริมาณเกินมาตรฐาน ซึ่งโดยปกติการฉีดท็อกซินต้องคำนวณปริมาณที่เหมาะสม การฉีดเกินไปเพียงเล็กน้อยก็เป็นอันตรายเกิดใบหน้าผิดธรรมชาติได้ และถ้าได้รับมากไป ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอัมพาตชั่วคราวและยังไม่มีวิธีแก้ไขผลข้างเคียงจากการฉีดสารท็อกซินที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากรอให้ยาหมดฤทธิ์ไปเองระยะเวลานาน 4-6 เดือน และที่สำคัญการฉีดสารท็อกซินปลอมซ้ำๆ มีโอกาสทำให้ดื้อยาและผลที่ตามมา คือ เมื่อกลับไปฉีดสารโปรตีนบริสุทธิ์ที่มีมาตรฐานในครั้งต่อไป ก็อาจไม่ได้ผลแล้ว ทั้งนี้ วิธีการสังเกต สารท็อกซิน ของแท้ ของปลอม อย่างผลิตภัณฑ์ นิวโรน็อกซ์ มีดังนี้ฉลากบนขวดบรรจุภัณฑ์จะแตกต่างกัน โดยที่ของแท้ ฉลากจะเป็นลักษณะเหลือบรุ้ง ตัวหนังสือคมชัด ส่วนของปลอมจะเป็นเพียงฉลากสีกระดาษธรรมดา
“ยาควบคุมพิเศษ” เขียนกำกับอยู่ข้างขวด ตัวอักษรสีแดง ที่มีเฉพาะของแท้ ลักษณะผงยาแตกต่างกัน ของแท้ผงยาจะเป็นฟิล์มบางติดที่บริเวณก้นขวดเท่านั้นและภายในขวดเป็นสุญญากาศ ส่วนของปลอมจะเป็นผงก้อน ซึ่งไม่ควรใช้

คำถามที่พบมากที่สุด
Q : ถ้าฉีดเกิน200ยู หรือบ่อยกว่าทุก3-4เดือน/ครั้ง จะเป็นอย่างไร
A : โอกาสดื้อยาสูง คือฉีดแล้วไม่ได้ผลเพราะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายสารโบท็อก

Q : ถ้าดื้อยาไปแล้วต้องเว้นนานแค่ไหน
A : 1 -2 ปี

Q: ยาปลอมฉีดแล้วเป็นอย่างไร
A : อาจจะไม่ได้ผลเลย หรือ ใบหน้าแข็ง หรือไม่เท่ากัน

Q : ขวดที่เป็นผงๆ ไม่มีสูญญากาศ ยาปลอมหรือไม่
A : เป็นยาปลอมที่ไม่ควรใช้

Q : ยาปลอมข้างในคืออะไร
A : ผงแป้งหรือท็อกซินเถื่อน

Q : ยาปลอมทำไมฉีดได้ผล
A: อาจเป็นท็อกซินเถื่อน ไม่ได้มาตรฐาน อันตราย

Q : ฉีดนานๆหลายปีเป็นอันตรายไหม
A : มีข้อมูลว่าฉีดโบท็อกไปนานๆ 7-10 ปีก็ยังได้ผลอยู่

Q : อายุน้อยๆฉีดได้หรือไม่
A : มีการรักษาโรคในเด็กบางอย่างที่อายุ มากกว่า 2 ปี ก็สามารถฉีดได้ จึงมีความปลอดภัยในเด็ก แต่หากด้านความงามแล้วควรประเมินความจำเป็นและความเหมาะสมดีกว่า

Q : ฉีดมากกว่า 200 ยูจะเป็นอันตรายต่อกล้ามเนื้อเส้นเอ็นหรือไม่ เช่น ที่น่อง บางคนเดินเปลี้ย
A : รายที่ฉีดมากเกินไปก็มีโอกาสที่คนไข้จะดื้อยามาก ส่วนที่น่องหากฉีดท็อกซินเพื่อลดขนาดจะพบผลข้างเคียงคือปวดและไม่มีแรงที่น่อง ซึ่งเป็นผลจากการออกฤทธิ์ของยา อาการปวดจะหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์

Q : ฉีดลดยิ้มเห็นเหงือกได้หรือไม่
A : ได้

Q : ถ้าฉีดหน้าเบี้ยวหรือเปลี้ยไปแล้ว ต้องรอนานแค่ไหน รักษาอย่างไร
A : รอยาหมดฤทธิ์ 3 เดือน

ก่อนที่เพื่อนๆจะฉีดสารอะไรเข้าใบหน้าก็ตาม ควรจะศึกษาให้ดี หน้าของเรามีหน้าเดียว อย่าเห็นแก่ของถูกจนลืมนึกถึงความปลอดภัยกันด้วยนะคะ แยมหวังว่าบทความของแยมจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆน้องๆที่กำลังหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตไม่มากก็น้อย บทความนี้รวบรวมจากประสบการณ์ตรงของแยมที่ผ่านมาทั้งหมด ที่ตั้งใจถ่ายทอดกับผู้ที่อยากหน้าเรียวเล็กแต่ไม่สามารถเชื่อถือจากบทความทั่วไปจากอินเตอร์เนต ทุกอย่างมีสองด้าน ทั้งผลดีและผลเสีย การฉีดด้วยแพทย์ที่เชียวชาญไม่พอก็สารถทำให้เกิดเอฟเฟคบนใบหน้าได้เช่นกัน ดังนั้น ควรศึกษาให้ดี อย่างละเอียดรอบคอบนะคะ

หากเพื่อนๆที่มีข้อสงสัย สามารถสอบถามแยมได้โดยตรงที่เพจ FB: YAMU YAMI เลยค่ะ